LOGISTIC is pleased to be able to provide you with an accurate and timely rate for the shipping of your goods.

Use the form below to send us all information pertinent to your shipment.

To insure a prompt and accurate rate, please provide us with all the following information:

     

    Skip to Content

    Blog

    ขนส่งต้นไม้ ไปต่างประเทศ โทรสอบถาม 02-482-1094

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ ขนส่งต้นไม้ ไปต่างประเทศ และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    ขนส่งต้นไม้ ไปต่างประเทศ :  การขนส่ง ต้นไม้ไปต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ “ทำได้” แต่มีขั้นตอนค่อนข้างละเอียด เพราะต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต และแต่ละประเทศควบคุมเข้มงวดเรื่องศัตรูพืชและโรคพืช ผมสรุปแบบเข้าใจง่ายตามนี้ครับ:


    ขนส่งต้นไม้ ไปต่างประเทศ🌱 1) ตรวจสอบว่าต้นไม้ชนิดนั้นส่งออกได้หรือไม่

    ไม่ใช่ทุกต้นไม้ที่ส่งออกได้ บางชนิดเป็น พืชต้องห้าม หรือ พืชสงวน เช่น

    • ไม้หวงห้าม

    • พืชมีโรคระบาด

    • พืชที่ประเทศปลายทางไม่อนุญาตให้นำเข้า
      แนะนำให้เช็กที่กรมวิชาการเกษตร (DOA)


    📝 2) ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate)

    เป็นเอกสาร บังคับ ทุกประเทศต้องใช้
    ออกโดย: กรมวิชาการเกษตร ประเทศไทย

    เอกสารนี้ยืนยันว่า:

    • ต้นไม้ปลอดโรค/ศัตรูพืช

    • ผ่านการตรวจตามกฎหมาย

    ถ้าไม่มี → ประเทศปลายทางจะไม่รับสินค้า และอาจถูกทำลาย


    📦 3) วิธีการส่งต้นไม้ต่างประเทศ

    มี 2 วิธีหลักตามลักษณะสินค้า

    ✔ 3.1 ส่ง “ต้นไม้จริง” ไปเลย

    เหมาะกับ:

    • ต้นขนาดเล็ก

    • ไม้อวบน้ำ (succulent)

    • ไม้ใบด่าง

    • กล้วยด่าง รากน้อย

    ขั้นตอน:

    1. ล้างรากให้สะอาด

    2. ห่อรากด้วยมอส หรือกระดาษเปียก

    3. ใช้กล่องระบายอากาศ

    4. แพ็กกันกระแทกแน่น

    5. ทำเครื่องหมาย “LIVE PLANT” บนกล่อง

    ส่งผ่าน DHL / UPS บางประเทศ (ต้องเป็น บัญชีพิเศษสำหรับพืช)


    ✔ 3.2 ส่ง “ต้นไม้แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture)”

    เหมาะกับ:

    • ไม้ด่างราคาแพง

    • ไม้ฟอกอากาศปริมาณมาก

    • ต้องการความปลอดภัยสูง

    ข้อดี:
    ✔ ตรวจง่าย
    ✔ ผ่านศุลกากรง่ายกว่า
    ✔ ไม่เสี่ยงศัตรูพืช


    🌍 4) ข้อกำหนดสำคัญของประเทศปลายทาง

    แต่ละประเทศมีข้อบังคับต่างกัน เช่น:

    🇺🇸 สหรัฐฯ

    • เข้มงวดมาก

    • ต้องมี Phytosanitary

    • ประเภทพืชเกือบทุกชนิดต้องตรวจซ้ำที่อเมริกา

    • พืชบางชนิดนำเข้าไม่ได้

    🇯🇵 ญี่ปุ่น

    • ต้องตรวจเข้มเรื่องแมลงและโรค

    • ถ้าเจอศัตรูพืช → ทำลายทันที

    🇪🇺 EU

    • มาตรฐานสูง

    • ต้องมีใบรับรอง “ปลอดศัตรูพืชควบคุม”

    🇦🇺 ออสเตรเลีย / 🇳🇿 นิวซีแลนด์

    • เข้มงวดที่สุดในโลก

    • ต้นไม้หลายชนิดไม่อนุญาตนำเข้า

    • ต้องผ่านการรมยา (บางชนิด)


    💸 5) ค่าขนส่งต้นไม้ไปต่างประเทศ (ประมาณการ)

    ขึ้นกับน้ำหนัก – ประเทศ – ผู้ขนส่ง
    โดยทั่วไป (ผ่าน DHL/UPS):

    • เอเชีย → 1,000–2,000 บาท/กิโล

    • ยุโรป → 1,500–3,500 บาท/กิโล

    • อเมริกา → 1,800–4,000 บาท/กิโล

    ต้นไม้มักมี “ค่าธรรมเนียมสินค้าอันตรายเล็กน้อย” เพราะมีดิน/ความชื้น


    ❗ สิ่งที่ห้ามเด็ดขาด

    • ส่งต้นไม้ทั้งกระถางที่มี “ดิน” → ถูกห้ามทุกประเทศ

    • ไม่ขอใบรับรองสุขอนามัยพืช → เจอแล้ว ทำลายทันที

    • ใช้กล่องไม่ระบายอากาศ → ต้นไม้ตายระหว่างทาง


    🎯 สรุปสั้น ๆ

    การส่งต้นไม้ไปต่างประเทศ ทำได้ แต่ต้องมีเอกสารและแพ็กอย่างถูกต้อง
    สิ่งสำคัญคือ:

    1. ตรวจว่าปลายทางรับต้นไม้ชนิดนั้นไหม

    2. ทำใบ Phytosanitary Certificate

    3. แพ็กให้ปลอดภัย / ระบายอากาศ

    4. เลือก DHL/UPS หรือส่งแบบตู้แช่ถ้าปริมาณมาก

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    ค่าขนส่ง ต่างประเทศ สอบถามโทร 02-482-1094

    Bullet International Logistics  สอบถาม ค่าขนส่ง ต่างประเทศ  โทร : 02-482-1094 บริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    ค่าขนส่ง ต่างประเทศ : ค่าขนส่งไปต่างประเทศ แพง–ถูกขึ้นอยู่กับ 4 อย่างหลัก คือ ขนาด/น้ำหนักสินค้า, ประเทศปลายทาง, วิธีขนส่ง, และความเร่งด่วน ด้านล่างคือ ราคาประมาณจริงในตลาด (อัปเดตแนวโน้มทั่วไป) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนครับ


    ✈️ 1) ค่าขนส่งแบบด่วน Courier (DHL/UPS/FedEx/EMS)

    เหมาะกับพัสดุเล็ก–กลาง ส่งไวที่สุด
    ราคาโดยประมาณ จากไทย → ต่างประเทศ

    ■ น้ำหนัก 0.5–1 กก.

    • เอเชีย (ญี่ปุ่น, เกาหลี, สิงคโปร์) → 700–1,200 บาท

    • ยุโรป → 900–1,800 บาท

    • อเมริกา → 1,000–2,000 บาท

    ■ น้ำหนัก 1–5 กก.

    • เอเชีย → 1,000–2,500 บาท

    • ยุโรป → 1,500–3,000 บาท

    • อเมริกา → 1,700–3,500 บาท

    ■ น้ำหนัก 10 กก.+

    • เอเชีย → 2,500–5,000 บาท

    • ยุโรป → 4,000–7,000 บาท

    • อเมริกา → 5,000–9,000 บาท


    🚢 2) ค่าขนส่งทางเรือ (Sea Freight) – ถูกที่สุด

    เหมาะกับของจำนวนมาก หรือสินค้าหนัก

    ■ ส่งเป็นพาเลท (LCL)

    • เอเชีย → 3,000–10,000 บาท/CBM

    • ยุโรป/อเมริกา → 6,000–15,000 บาท/CBM

    CBM = ขนาดสินค้าเป็นลูกบาศก์เมตร

    ■ เช่า ตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งตู้ (FCL)

    ราคาต่อตู้ประมาณ:

    • ตู้ 20 ฟุต → 35,000–70,000 บาท

    • ตู้ 40 ฟุต → 60,000–120,000 บาท

    ขึ้นกับ ประเทศปลายทาง + ฤดูกาล + ราคาน้ำมัน


    ✈️ 3) ค่าขนส่งทางอากาศ (Air Cargo) – เร็วกว่าเรือ ถูกกว่า DHL

    ใช้ส่งของเป็นกิโลระดับ 30–300 กก.

    ราคาเฉลี่ย

    • เอเชีย → 120–200 บาท/กก.

    • ยุโรป → 150–250 บาท/กก.

    • อเมริกา → 180–280 บาท/กก.


    🚚 ปัจจัยที่ทำให้ “ค่าขนส่งแพงขึ้น”

    1. ขนาดชิ้นใหญ่ แม้น้ำหนักเบา → คิดเป็น “น้ำหนักเชิงปริมาตร”

    2. ประเทศที่ไกล เช่น สหรัฐฯ, แคนาดา, ลาตินอเมริกา

    3. ช่วง High Season เช่น ก่อนปีใหม่, ปลายปี

    4. ราคาน้ำมันขึ้น

    5. สินค้าประเภทพิเศษ เช่น แบตเตอรี่, ของเหลว → เสียค่าความเสี่ยงเพิ่ม


    🎯 สรุปง่าย ๆ

    • พัสดุเล็ก 0.5–2 กก. → 800–2,000 บาท

    • พัสดุ 5–10 กก. → 1,500–5,000 บาท

    • ของหนัก 50–100 กก. → ส่ง “air cargo” คุ้มกว่า DHL

    • สินค้าจำนวนมาก → ส่งเรือ “ถูกที่สุด”

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    สินค้าส่งออก ของแต่ละประเทศ 2568

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ สินค้าส่งออก ของแต่ละประเทศ และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    สินค้าส่งออก ของแต่ละประเทศ :  นี่คือภาพรวม สินค้าส่งออกเด่นของแต่ละประเทศ (เฉพาะประเทศสำคัญ + เข้าใจง่าย) เพื่อเห็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจของแต่ละชาติ


    สินค้าส่งออก ของแต่ละประเทศ

    closeup of container terminal, port of ningbo zhoushan

    🌍 สินค้าส่งออกสำคัญของประเทศต่าง ๆ

    🇹🇭 ประเทศไทย

    • อาหารแปรรูป, ผลไม้ (ทุเรียน, ลำไย)

    • ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

    • รถยนต์และชิ้นส่วน

    • เครื่องจักรกล

    • เครื่องประดับ/ทอง

    • ผลิตภัณฑ์ยาง (ยางพารา, ถุงมือยาง)


    🇨🇳 จีน

    • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (มือถือ, คอมพิวเตอร์)

    • เครื่องใช้ไฟฟ้า

    • เครื่องจักร

    • สิ่งทอ เสื้อผ้า

    • ของเล่น


    🇯🇵 ญี่ปุ่น

    • รถยนต์และชิ้นส่วน

    • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    • เครื่องจักรกล

    • เหล็กและโลหะ

    • เคมีภัณฑ์


    🇺🇸 สหรัฐอเมริกา

    • เครื่องบินและอุปกรณ์อากาศยาน

    • เวชภัณฑ์และเทคโนโลยีชีวภาพ

    • เครื่องจักร

    • น้ำมันและก๊าซ

    • ซอฟต์แวร์/บริการเทคโนโลยี


    🇩🇪 เยอรมนี

    • รถยนต์ (BMW, Mercedes)

    • เครื่องจักรอุตสาหกรรม

    • เคมีภัณฑ์

    • อุปกรณ์ทางการแพทย์

    • อิเล็กทรอนิกส์


    🇰🇷 เกาหลีใต้

    • อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung, LG)

    • รถยนต์ (Hyundai, Kia)

    • เคมีภัณฑ์

    • ชิปเซมิคอนดักเตอร์


    🇻🇳 เวียดนาม

    • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (โทรศัพท์, กล้อง)

    • สิ่งทอ เสื้อผ้า

    • รองเท้า

    • กาแฟ

    • ผลิตภัณฑ์เกษตรอื่น ๆ


    🇮🇳 อินเดีย

    • เพชรพลอย เครื่องประดับ

    • ยาและสารเคมี

    • สิ่งทอ

    • ยานพาหนะ

    • สินค้าเกษตร (ชา, ข้าวบาสมาติ)


    🇧🇷 บราซิล

    • ถั่วเหลือง

    • น้ำตาล

    • เนื้อวัว

    • แร่เหล็ก

    • กาแฟ


    🇦🇺 ออสเตรเลีย

    • แร่เหล็ก

    • ถ่านหิน

    • เนื้อสัตว์

    • ข้าวสาลี

    • อุปกรณ์เหมืองแร่


    🇷🇺 รัสเซีย

    • น้ำมัน

    • ก๊าซธรรมชาติ

    • เหล็ก

    • ธัญพืช

    • อาวุธทางทหาร


    🇸🇦 ซาอุดีอาระเบีย

    • น้ำมันดิบ

    • ปิโตรเคมี

    • ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน


    🇸🇬 สิงคโปร์

    • เคมีภัณฑ์

    • น้ำมันสำเร็จรูป

    • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    • บริการโลจิสติกส์/การเงิน (แม้ไม่ใช่สินค้า แต่เป็นรายได้หลัก)


    สรุปแนวโน้มใหญ่ของโลก

    • ประเทศพัฒนาแล้ว → ส่งออกเทคโนโลยี รถยนต์ เครื่องจักร

    • ประเทศกำลังพัฒนา → ส่งออกอาหาร เกษตร สิ่งทอ

    • ประเทศตะวันออกกลาง → ส่งออกน้ำมัน

    • เอเชียตะวันออก → ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    สินค้าส่งออก สำคัญ แค่ไหน และใครรับส่งออก

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ สินค้าส่งออก สำคัญ และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    สินค้าส่งออก สำคัญ : การส่งออกสินค้า มีความสำคัญมาก ต่อทั้งระดับประเทศ ธุรกิจ และผู้ประกอบการรายย่อย เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักอย่างหนึ่งของไทย ผมสรุปแบบเข้าใจง่ายดังนี้:


    สินค้าส่งออก สำคัญ🌏 ความสำคัญของการส่งออกสินค้า (Import–Export)

    ✅ 1) สร้างรายได้เข้าประเทศ (Foreign Income)

    ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกสูงกว่า 60–70% ของ GDP
    เมื่อมีการส่งออกมาก เงินตราต่างประเทศไหลเข้ามา → เศรษฐกิจขยายตัว → รายได้ประเทศเพิ่ม


    ✅ 2) ช่วยให้ธุรกิจเติบโต ไม่จำกัดแค่ตลาดไทย

    ตลาดในไทยมีขนาดจำกัด หากส่งออกได้
    ธุรกิจจะขายได้มากขึ้น × หลายประเทศ = ยอดขายเพิ่มหลายเท่า

    เหมาะมากสำหรับสินค้า:

    • เกษตร (ทุเรียน, ลำไย, ข้าว)

    • อาหารแปรรูป

    • เสื้อผ้า

    • ของใช้

    • ผลิตภัณฑ์แฮนด์เมด


    ✅ 3) กระจายความเสี่ยง

    ถ้าตลาดไทยซบเซา แต่ตลาดต่างประเทศยังดี
    ธุรกิจก็ยังมีรายได้ต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจไม่ล้มง่าย


    ✅ 4) สร้างงานในประเทศ

    เมื่อมีการสั่งผลิตเพื่อส่งออก
    โรงงานต้องจ้างแรงงานมากขึ้น → รายได้หมุนเวียนในระบบ
    กระทบทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม เช่น ขนส่ง โลจิสติกส์ แพ็กเกจจิ้ง ฯลฯ


    ✅ 5) ยกระดับคุณภาพสินค้าไทย

    ตลาดต่างประเทศมีมาตรฐานสูง
    เมื่อผู้ประกอบการต้องปรับตัว เช่น ทำมาตรฐาน GMP, HACCP, มอก., อย.
    คุณภาพสินค้าก็ดีขึ้น → ส่งผลดีต่อผู้บริโภคไทยด้วย


    ✅ 6) สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

    สินค้าไทยหลายอย่างโดดเด่น เช่น
    ทุเรียน เครื่องสำอาง สมุนไพร อาหารสำเร็จรูป จิวเวลรี่
    เมื่อเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ทำให้ประเทศมีภาพลักษณ์ที่ดี


    🎯 สรุปความสำคัญสั้น ๆ

    การส่งออก = รายได้ประเทศ + ธุรกิจเติบโต + คุณภาพสินค้าไทยดีขึ้น + คนมีงานทำ
    จึงสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมาก

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    การส่งสินค้า ออกต่างประเทศ โดย Bullet International Logistics

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ การส่งสินค้า ออกต่างประเทศ และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    การส่งสินค้า ออกต่างประเทศ : การส่งสินค้าออกต่างประเทศต้องมีขั้นตอนและเอกสารหลายอย่าง แต่ถ้าเข้าใจภาพรวมจะทำได้ไม่ยากครับ ผมสรุปแบบเข้าใจง่ายให้เป็นลำดับดังนี้:


    การส่งสินค้า ออกต่างประเทศขั้นตอนการส่งสินค้าออกต่างประเทศ (Export)

    1) เช็กว่าของที่จะส่ง “ส่งออกได้หรือไม่”

    • ต้องไม่ใช่สินค้าต้องห้าม เช่น อาวุธ, สารเสพติด, สัตว์ป่าสงวน

    • หากเป็นสินค้าควบคุมต้องมีใบอนุญาต เช่น อาหาร, พืชผล, เครื่องสำอาง, อุปกรณ์แพทย์ ฯลฯ

    • สามารถตรวจสอบได้จากกรมศุลกากร หรือกระทรวงพาณิชย์


    2) เตรียมเอกสารประกอบการส่งออก

    เอกสารหลักที่ผู้ส่งออกควรมี ได้แก่

    • Invoice (ใบกำกับสินค้า)

    • Packing List (รายการบรรจุ)

    • Shipping Mark (สัญลักษณ์บรรจุภัณฑ์)

    • Export License (ถ้าสินค้าควบคุม)

    • ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า CO (Certificate of Origin) – ถ้าประเทศปลายทางต้องการ

    • สัญญาซื้อขาย หรือใบสั่งซื้อ


    3) เลือกวิธีขนส่ง

    🚢 ทางเรือ (Sea Freight)

    • เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก ราคาถูก

    • ใช้เวลานานกว่า

    ✈️ ทางอากาศ (Air Freight)

    • ส่งไว เหมาะกับสินค้าที่มีมูลค่าสูง

    • ราคาสูงกว่า

    📦 ขนส่งด่วน (Courier: DHL/UPS/FedEx/EMS)

    • สะดวก เหมาะกับพัสดุเล็ก–กลาง

    • มีบริการหน้าบ้านถึงปลายทาง


    4) จองเรือหรือเครื่องบิน

    หากใช้ freight forwarder:

    • เขาจะจัดการให้ทั้งหมด: จองเรือ, ทำเอกสาร, เคลียร์ศุลกากร
      ถ้าทำเอง:

    • ต้องติดต่อสายเรือ/สายการบิน

    • ส่งข้อมูลสินค้าเพื่อขอ booking


    5) บรรจุสินค้า + ทำฉลาก

    • บรรจุหีบห่อให้ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

    • ติด Shipping Mark

    • ระบุผู้ส่ง ผู้รับ น้ำหนัก ขนาด ชัดเจน


    6) ยื่นพิธีการศุลกากรขาออก

    ที่ไทยใช้ระบบ e-Customs
    ต้องเตรียม:

    • ใบขนสินค้าขาออก (ผ่านตัวแทนออกของก็ได้)

    • เอกสารประกอบอื่น ๆ

    • เสียค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)

    ศุลกากรจะตรวจตามความเสี่ยง (บางครั้งไม่เปิดตู้ตรวจ)


    7) สินค้าถูกส่งออก + ติดตามเลข Tracking

    เมื่อสินค้าขึ้นเรือ/เครื่องบินแล้ว

    • คุณจะได้รับ Bill of Lading (B/L) หรือ AWB (Air Waybill)

    • ใช้ติดตามสถานะการขนส่ง

    • ส่งเอกสารให้ผู้ซื้อปลายทางสำหรับการเคลียร์ศุลกากร


    8) ผู้รับปลายทางทำพิธีศุลกากรขาเข้า

    ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง
    อาจต้องมีภาษีนำเข้า (Import Duty) และภาษีมูลค่าเพิ่ม


    🎯 สรุปสั้น ๆ

    ส่งออก = เตรียมสินค้า + เอกสาร + ผ่านศุลกากร + ส่งตามวิธีขนส่งที่เลือก
    มือใหม่แนะนำใช้ บริษัทขนส่ง/Forwarder จะง่ายและเร็วที่สุด

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    สินค้าส่งออก ในอาเซียน ได้แก่อะไรบ้าง

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ สินค้าส่งออก ในอาเซียน และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    สินค้าส่งออก ในอาเซียน  : สินค้าส่งออกในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) มีความหลากหลายมาก เนื่องจากแต่ละประเทศมีทรัพยากร จุดแข็ง และอุตสาหกรรมต่างกัน สินค้าที่นิยมส่งออกในภูมิภาคนี้แบ่งได้เป็น หมวดหลัก ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายดังนี้:


    สินค้าส่งออก ในอาเซียน⭐ 1) สินค้าเกษตรและอาหาร (Agriculture & Food)

    อาเซียนเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก
    ตัวอย่างสินค้า:

    ▸ ข้าว

    • ไทย

    • เวียดนาม

    • กัมพูชา

    ▸ ยางพารา

    • ไทย

    • มาเลเซีย

    • อินโดนีเซีย

    ▸ ปาล์มน้ำมัน

    • อินโดนีเซีย

    • มาเลเซีย

    ▸ น้ำตาล, มันสำปะหลัง, แป้งมัน

    • ไทย

    ▸ ผลไม้เมืองร้อน

    • ทุเรียน (ไทย/มาเลเซีย)

    • มังคุด

    • มะม่วง

    • กล้วย (ฟิลิปปินส์ขึ้นชื่อมาก)

    ▸ อาหารทะเลแปรรูป

    • ไทย

    • เวียดนาม

    • ฟิลิปปินส์


    ⭐ 2) เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics & Electrical)

    เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้น ๆ ของหลายประเทศ

    ▸ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

    • มาเลเซีย

    • สิงคโปร์

    • ฟิลิปปินส์

    • ไทย

    ▸ ฮาร์ดดิสก์, เซมิคอนดักเตอร์

    • สิงคโปร์

    • มาเลเซีย

    ▸ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

    • ไทย (แอร์, ตู้เย็น, ไมโครเวฟ)


    ⭐ 3) ยานยนต์และชิ้นส่วน (Automotive & Parts)

    อาเซียนเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญในเอเชีย

    ▸ รถยนต์สำเร็จรูป

    • ไทย (Detroit of Asia)

    • อินโดนีเซีย

    ▸ ชิ้นส่วนรถยนต์

    • ไทย

    • มาเลเซีย

    • อินโดนีเซีย


    ⭐ 4) สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (Textile & Garments)

    แรงงานจำนวนมากและต้นทุนต่ำในบางประเทศทำให้เป็นฐานผลิตสำคัญ

    ▸ เสื้อผ้า

    • เวียดนาม (หนึ่งในผู้ส่งออกใหญ่ของโลก)

    • กัมพูชา

    • พม่า

    • อินโดนีเซีย

    ▸ ผ้าและเส้นใย

    • อินโดนีเซีย

    • ไทย


    ⭐ 5) สินค้าอุตสาหกรรมหนักและวัตถุดิบ (Industrial & Raw Materials)

    ตัวอย่าง:

    ▸ แร่ธาตุ

    • นิกเกิล (ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย)

    • ถ่านหิน (อินโดนีเซีย)

    • บอกไซต์ (ลาว, เวียดนาม)

    ▸ ปิโตรเคมี

    • สิงคโปร์

    • ไทย

    • มาเลเซีย


    ⭐ 6) เฟอร์นิเจอร์และไม้แปรรูป (Furniture & Wood)

    มีความต้องการสูงในตลาดโลก

    ▸ เฟอร์นิเจอร์ไม้

    • เวียดนาม (ผู้ส่งออกรายใหญ่)

    • มาเลเซีย

    • อินโดนีเซีย

    ▸ ไม้ยางพาราแปรรูป

    • ไทย


    ⭐ 7) ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (Building Materials)

    อาเซียนมีการก่อสร้างสูงต่อเนื่อง

    ▸ ปูนซีเมนต์

    • อินโดนีเซีย

    • เวียดนาม

    • ไทย

    ▸ เหล็ก และสแตนเลส

    • เวียดนาม

    • มาเลเซีย

    • ไทย


    ⭐ 8) สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)

    สินค้ารายย่อยที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน

    ▸ สบู่, ยาสระผม

    • ไทย

    • อินโดนีเซีย

    • มาเลเซีย

    ▸ อาหารพร้อมทาน / บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

    • ไทย

    • อินโดนีเซีย


    ⭐ 9) สินค้าท่องเที่ยวและบริการ (Service Export)

    แม้ไม่ใช่ “สินค้า” แต่เป็นรายได้หลักของภูมิภาค

    ▸ โรงแรม

    ▸ การท่องเที่ยว

    ▸ การรักษาพยาบาล (Medical tourism)

    ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์โดดเด่นมาก


    ⭐ 10) ผลิตภัณฑ์พลาสติก (Plastic Products)

    มีความต้องการสูงทั่วโลก

    ▸ พลาสติกเม็ด

    • ไทย

    • สิงคโปร์

    • มาเลเซีย

    ▸ ผลิตภัณฑ์พลาสติกขึ้นรูป

    • ไทย

    • เวียดนาม


    📌 สรุปสั้น ๆ

    สินค้าส่งออกในอาเซียนที่สำคัญ ได้แก่

    • อาหารและเกษตร

    • ยานยนต์

    • อิเล็กทรอนิกส์

    • สิ่งทอ

    • ปิโตรเคมี

    • แร่ธาตุ

    • พลาสติก

    • เฟอร์นิเจอร์

    • ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    ส่งออก ระหว่างประเทศ บริการโดยBullet International Logistics

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ ส่งออก ระหว่างประเทศ และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    ส่งออก ระหว่างประเทศ : การส่งออกระหว่างประเทศเป็น “หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย” และของทุกประเทศที่ต้องพึ่งพาการค้า รัฐบาลและภาคเอกชนจึงให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะการส่งออกช่วยหมุนระบบเศรษฐกิจในหลายด้าน

    ด้านล่างนี้คือ ประโยชน์หลักของการส่งออกต่อเศรษฐกิจ แบบเข้าใจง่าย ครอบคลุมที่สุด 👇


    ส่งออก ระหว่างประเทศ

    closeup of container terminal, port of ningbo zhoushan

    ⭐ 1) ทำให้ประเทศมีรายได้จากต่างประเทศ (Foreign Income)

    เมื่อขายสินค้าไปต่างประเทศ
    → ประเทศได้รับเงินตราต่างประเทศ (USD, EUR, JPY ฯลฯ)
    → เงินไหลเข้าประเทศ
    → เพิ่มความแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจ

    ประเทศที่ส่งออกเยอะ จะมี ดุลการค้าเกินดุล ซึ่งเป็นสัญญาณเศรษฐกิจแข็งแรง


    ⭐ 2) ช่วยให้ GDP ของประเทศเติบโต

    การส่งออกคือหนึ่งใน 4 องค์ประกอบของ GDP

    GDP = บริโภคในประเทศ + การลงทุน + การใช้จ่ายรัฐบาล + การส่งออกสุทธิ

    ดังนั้น ส่งออกมาก → GDP ขยายตัว → เศรษฐกิจประเทศโตขึ้น


    ⭐ 3) สร้างงานจำนวนมากในประเทศ

    ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก เช่น

    • โรงงานผลิต

    • โลจิสติกส์

    • เกษตร

    • อุตสาหกรรมอุปกรณ์

    • บริการขนส่ง

    • คลังสินค้า

    • ชิปปิ้ง

    ทำให้เกิด การจ้างงานเป็นล้านตำแหน่ง และทำให้ประชาชนมีรายได้อย่างต่อเนื่อง


    ⭐ 4) เพิ่มรายได้ให้ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม

    สินค้าไทยหลายชนิดขายดีในต่างประเทศ เช่น

    • อาหาร

    • ผลไม้

    • เครื่องใช้ไฟฟ้า

    • ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

    • สินค้าอุตสาหกรรม

    • รถยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์

    เมื่อมีตลาดต่างประเทศ → ผู้ผลิตขายได้มากขึ้น → รายได้เพิ่ม


    ⭐ 5) กระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีและคุณภาพสินค้า

    เพราะต้องแข่งขันกับประเทศอื่น การส่งออกทำให้ผู้ประกอบการต้อง

    • พัฒนาคุณภาพ

    • เพิ่มมาตรฐาน

    • ใช้นวัตกรรม

    • ปรับตัวตามความต้องการโลก

    ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมของประเทศโดยรวม


    ⭐ 6) ช่วยกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

    ถ้าตลาดในประเทศซบเซา
    → ผู้ผลิตยังพึ่งพาตลาดต่างประเทศได้
    → ลดผลกระทบต่อธุรกิจ
    → ทำให้เศรษฐกิจไม่ชะลอตัวหนัก

    ประเทศที่ส่งออกเก่งจึงฟื้นตัวจากวิกฤตได้เร็วกว่า


    ⭐ 7) ช่วยให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น

    เมื่อมีเงินตราต่างประเทศไหลเข้ามากขึ้น
    → สำรองเงินตราต่างประเทศเพิ่ม
    → ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ
    → ลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางการเงิน


    ⭐ 8) ทำให้เกิดธุรกิจใหม่เป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจ

    เมื่อมีการส่งออก จะเกิดธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ เช่น

    • โรงงานบรรจุภัณฑ์

    • บริษัทโลจิสติกส์

    • การตลาดระหว่างประเทศ

    • การแปลภาษา

    • บริษัทขนส่ง

    • ธุรกิจชิปปิ้ง

    • การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

    ช่วยให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่ครบวงจรและแข็งแรงขึ้น


    ⭐ 9) สร้างชื่อเสียงและแบรนด์ประเทศ (Country Branding)

    สินค้าไทย เช่น อาหาร, ผลไม้, สปา, เครื่องครัว มีชื่อเสียงระดับโลก
    → ทำให้คนต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้น
    → ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุนโดยตรง (FDI)


    ⭐ 10) ช่วยให้เศรษฐกิจยั่งยืนระยะยาว

    เมื่อส่งออกแข่งขันได้
    → อุตสาหกรรมของประเทศพัฒนา
    → คนมีงานทำ
    → รายได้ประเทศสูงขึ้น
    → เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

    เป็นรากฐานให้ประเทศเติบโตยั่งยืนในระยะยาว


    📌 สรุปง่าย ๆ

    การส่งออก = รายได้ประเทศ + GDP โต + จ้างงาน + พัฒนาอุตสาหกรรม + สร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ

    จึงถือเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมานานหลายสิบปี

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    สินค้าห้ามส่งออก 2568

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ ส่งออกไปต่างประเทศ สอบถาม สินค้าห้ามส่งออก 2568 และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    สินค้าห้ามส่งออก 2568” — มีหลายประเภทที่ห้ามโดยกฎหมายของ กรมศุลกากร และหน่วยงานกำกับอื่น ๆ ครับ ถ้าส่งออกโดยไม่ถูกต้องมีโทษตามกฎหมาย

    ด้านล่างคือ ตัวอย่างสินค้าห้ามส่งออก (หรือส่งออกได้ยาก / ต้องขออนุญาตก่อน) ล่าสุด — พร้อมอธิบายว่าทำไมถึงห้าม/จำกัด


    สินค้าห้ามส่งออก 2568🚫 สินค้าที่ห้ามส่งออก / ส่งออกโดยยากในไทย (2568)

    ❌ สินค้าห้ามอย่างเด็ดขาด (Prohibited Items)

    • ยาเสพติด & สารเสพติด / ยาออกฤทธิ์ / สารควบคุม — เช่น ฝิ่น เฮโรอีน โคเคน กัญชา ฯลฯ

    • สื่อลามก อนาจาร ภาพ/สื่อที่ผิดกฎหมาย — รวมถึงสื่อลามก วรรณกรรมลามกและวัสดุอนาจารต่าง ๆ

    • สินค้าปลอมลิขสิทธิ์ / สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (IPR) / สินค้าปลอมแบรนด์ — สิ่งของที่ละเมิดลิขสิทธิ์, แผ่นซีดี/ดีวีดี/โปรแกรม, ของแบรนด์ปลอม ฯลฯ

    • ธนบัตร/เหรียญปลอม, ตราประทับปลอม, หลักทรัพย์ปลอม — รวมถึงเอกสารราชการปลอมด้วย

    • สัตว์ป่า สัตว์คุ้มครอง พืช พันธุ์พืชที่สงวน / สินค้าจากสัตว์ป่า มีลิขสิทธิ์การค้า — เช่น สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ชิ้นส่วนสัตว์ที่ผิดกฎหมาย ตามอนุสัญญา CITES


    ⚠️ สินค้าที่ “จำกัด / ต้องขออนุญาต / เงื่อนไขพิเศษ” (Restricted / Controlled Items)

    สินค้าพวกนี้อาจส่งออกได้ แต่ ต้องขออนุญาต / มีเอกสารประกอบ / ปฏิบัติตามเงื่อนไข

    ประเภท ตัวอย่าง / ข้อจำกัด
    พืช / พันธุ์พืช / ผลไม้สด พืชบางชนิด–ผลไม้บางชนิดที่อยู่ใน “พืชสงวน” ห้ามส่งออกโดยไม่ขออนุญาต เช่น ตามรายชื่อ “reserved plant species”
    สัตว์มีชีวิต / สัตว์คุ้มครอง / ซากสัตว์ / ผลิตภัณฑ์สัตว์ ส่งออกต้องมีใบอนุญาตจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    โบราณวัตถุ / ของโบราณ / ศิลปวัตถุ / งานศิลป์ เช่น พระพุทธรูป โบราณวัตถุ ต้องได้รับอนุญาตจาก กรมศิลปากร / หน่วยงานที่ดูแลมรดกวัฒนธรรมก่อนส่งออก
    อาวุธ / กระสุน / วัสดุระเบิด ต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคงก่อน
    ยารักษา / เครื่องมือแพทย์ / สินค้าควบคุม บางชนิดต้องได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    อุปกรณ์สื่อสาร / สื่อวิทยุ / เครื่องรับส่งสัญญาณ ต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ก่อนส่งออก/นำเข้า

    🔎 ปรับปรุงล่าสุด 2568 — ประเด็นที่ควรจับตา

    • มีประกาศใหม่จาก กรมการค้าต่างประเทศ (กค.) ที่ควบคุมการส่งออกไม้ท่อน ไม้แปรรูป และไม้ล้อมบางชนิดออกนอกประเทศ — ดังนั้นไม้บางประเภทอาจถูกจำกัดหรือห้ามส่งออกในปี 2568

    • สินค้าต้องสงสัยเรื่อง “การสวมสิทธิ” หรือ “เลี่ยงกฎหมาย” (เช่น ปลอมแปลงถิ่นกำเนิด) ถูกจับตาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะส่งไปประเทศอย่างสหรัฐฯ  หากพบอาจถูกยกเลิกรับรองส่งออกทันที


    ✅ ข้อแนะนำถ้าคุณจะส่งออก

    1. ตรวจสอบกฎหมายล่าสุด — เพราะกฎหมาย/ประกาศเปลี่ยนได้

    2. ถ้าสินค้าอยู่ในหมวด “จำกัด” — ขอ ใบอนุญาต/ใบรับรอง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่ง

    3. ถ้าสินค้าอยู่ในหมวด “ห้าม” — อย่าส่งออกโดยเด็ดขาด เพราะถือเป็นความผิดอาญา

    4. ใช้บริการ ชิปปิ้ง / freight forwarder / ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยดำเนินเอกสารและตรวจสอบข้อกฎหมาย

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    ส่งของไปต่างประเทศ cargo โทรสอบถาม 02-482-1094

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ ส่งของไปต่างประเทศ cargo และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    ส่งของไปต่างประเทศ cargo  : การส่งของไปต่างประเทศแบบ Cargo (คาร์โก้) หมายถึงการขนส่งสินค้าผ่านสายการบินหรือสายเรือ โดยใช้ระบบขนส่งสินค้าของบริษัทโลจิสติกส์มืออาชีพ ขั้นตอนจะง่ายกว่า “การส่งออกเชิงพาณิชย์แบบเต็มรูปแบบ” แต่เป็นทางการมากกว่าการส่งแบบไปรษณีย์ทั่วไป

    ด้านล่างนี้คือ ขั้นตอน + วิธีส่ง + สิ่งที่ต้องเตรียม แบบเข้าใจง่ายครับ 👇


    ส่งของไปต่างประเทศ cargo

    closeup of container terminal, port of ningbo zhoushan

    ⭐ วิธีส่งของไปต่างประเทศแบบ “Cargo” (Air Cargo / Sea Cargo)

    1) เลือกบริษัทคาร์โก้

    สามารถส่งผ่านบริษัทเหล่านี้ได้ เช่น

    • บริการ Cargo ของสายการบิน

    • ชิปปิ้ง/ฟอร์เวิร์ดเดอร์

    • บริษัทโลจิสติกส์ เช่น DHL Global Forwarding, FedEx Cargo, UPS Supply Chain

    • ผู้ให้บริการชิปปิ้งไทยรายใหญ่

    เลือกตามความเร็วและงบประมาณ

    • Air Cargo (ทางอากาศ) → เร็วที่สุด

    • Sea Cargo (ทางเรือ) → ถูกที่สุด เหมาะของชิ้นใหญ่หรือปริมาณมาก


    ⭐ ขั้นตอนการส่ง Cargo (แบบง่ายที่สุด)

    ขั้นตอนที่ 1 : ติดต่อบริษัทคาร์โก้

    แจ้งรายละเอียด

    • ประเภทสินค้า

    • น้ำหนัก / ขนาด / จำนวน

    • ประเทศปลายทาง

    • ต้องการขนส่งทางเรือหรือทางอากาศ

    บริษัทจะประเมินราคา (Freight Charge)


    ขั้นตอนที่ 2 : จัดเตรียมสินค้า (Packing)

    การแพ็กต้องแน่นหนากว่าการส่งธรรมดา

    • กล่อง 5 ชั้น / กล่องไม้อัด (ถ้าต้องการ)

    • กันกระแทกหลายชั้น

    • ซีลปิดอย่างดี

    • ติดชื่อผู้ส่ง–ผู้รับชัดเจน

    • ใบกำกับสินค้า (Invoice) แนบไป


    ขั้นตอนที่ 3 : ส่งสินค้าให้บริษัทคาร์โก้

    มี 2 วิธี
    ✔ นำไปที่โกดังคาร์โก้เอง
    ✔ ให้บริษัทไปรับของที่บ้าน (Pick up service)


    ขั้นตอนที่ 4 : ออกเอกสารขนส่ง

    บริษัทคาร์โก้จะออกเอกสารให้ เช่น

    • Air Waybill (AWB) สำหรับส่งทางอากาศ

    • Bill of Lading (BL) สำหรับส่งทางเรือ

    • ใบกำกับสินค้า (Invoice)

    • Packing list

    ผู้ส่งไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดเอง บริษัทคาร์โก้จัดการให้


    ขั้นตอนที่ 5 : ผ่านด่านศุลกากรไทย

    บริษัทคาร์โก้จะดำเนินการให้

    • ตรวจสินค้า

    • X-ray

    • ออกใบขนขาออก (ถ้าจำเป็น)

    หลังผ่านศุลกากร สินค้าจะถูกโหลดขึ้นเครื่อง/เรือ


    ขั้นตอนที่ 6 : ส่งถึงประเทศปลายทาง

    บริษัทปลายทางจะทำ

    • เคลียร์ศุลกากร

    • ชำระภาษี (ถ้ามี)

    • ส่งถึงผู้รับ (ถ้าใช้บริการ Door-to-Door)


    ⭐ ประเภทบริการ Cargo ยอดนิยม

    1) Airport to Airport (A2A)

    ส่งจากสนามบินต้นทาง → สนามบินปลายทาง
    ✓ เร็ว
    ✘ ผู้รับต้องไปรับเองที่สนามบิน


    2) Door-to-Airport / Airport-to-Door

    บริการกึ่งหนึ่งของบริษัท

    • รับของถึงบ้าน → ส่งถึงปลายทางที่สนามบิน

    • หรือส่งทางสนามบิน → ส่งถึงบ้านผู้รับ


    3) Door to Door

    นิยมมากที่สุด

    • เก็บของจากบ้านผู้ส่งในไทย

    • ส่งถึงประตูบ้านผู้รับต่างประเทศ

    • เคลียร์ศุลกากรให้เสร็จ

    สะดวกที่สุดแต่ราคาสูงกว่า


    ⭐ ราคาคาร์โก้คิดอย่างไร?

    คำนวณตาม

    • น้ำหนักจริง

    • น้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)

    • ประเทศปลายทาง

    • ความเร็ว (ด่วน / ปกติ)

    Air Cargo → กิโลกรัมละแพงกว่า แต่เร็ว
    Sea Cargo → ถูกกว่า เหมาะของใหญ่และหนัก


    ⭐ สินค้าที่มักส่งด้วย Cargo

    • เสื้อผ้า

    • อาหารแห้ง

    • อะไหล่

    • เครื่องจักร

    • สินค้า e-commerce ปริมาณมาก

    • ของใช้น้ำหนักเยอะ


    ⭐ เบื้องต้นควรรู้ (สำคัญ)

    • สินค้าบางประเภทต้องมีใบอนุญาต เช่น อาหาร, สมุนไพร, เครื่องสำอาง

    • สินค้าต้องไม่ผิดกฎหมายแต่ละประเทศ

    • ควรถ่ายรูปสินค้าและบรรจุภัณฑ์ก่อนส่งเพื่อป้องกันปัญหา


    📌 สรุปง่าย ๆ

    ส่งของแบบ Cargo = บริษัทคาร์โก้ดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่เอกสาร–ศุลกากร–ขนส่งไปจนถึงปลายทาง เหมาะมากสำหรับของชิ้นใหญ่ ปริมาณเยอะ หรือการส่งเป็นธุรกิจ

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →

    ส่งออกไปต่างประเทศ โดยมืออาชีพ Bullet International Logistics

    Bullet International Logistics  บริษัท บริการ ส่งออกไปต่างประเทศ และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

    ส่งออกไปต่างประเทศ  : การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมีขั้นตอนหลัก ๆ ชัดเจน ตั้งแต่การเตรียมสินค้า เอกสาร ไปจนถึงการขนส่งให้ถึงปลายทาง ด้านล่างนี้คือ “คู่มือส่งออกแบบง่ายและครบที่สุด” เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นครับ 👇


    ส่งออกไปต่างประเทศ

    closeup of container terminal, port of ningbo zhoushan

    ⭐ ขั้นตอนการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ (แบบละเอียด)


    1) ศึกษาตลาดและกฎระเบียบประเทศปลายทาง

    ก่อนเริ่มส่งออก ต้องรู้ว่า

    • สินค้าของเราตลาดต้องการไหม

    • ประเทศปลายทางอนุญาตหรือมีข้อจำกัดอะไร

    • มีภาษีนำเข้าหรือข้อกำหนดด้านคุณภาพหรือไม่

    สินค้าเกษตร/อาหาร จะมีเงื่อนไขเข้มงวด
    สินค้าแฟชั่น/ของใช้ ง่ายกว่า


    2) จัดเตรียมใบอนุญาตที่จำเป็น

    ขึ้นอยู่กับสินค้าว่าต้องมีอะไรบ้าง เช่น

    • ใบอนุญาต อย. (ถ้าเป็นอาหาร/เครื่องสำอาง)

    • ใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate)

    • ใบรับรองคุณภาพสินค้า (Certificate of Origin: CO)

    • ใบอนุญาตส่งออกเฉพาะสินค้า (บางประเภท)

    หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)


    3) บรรจุสินค้า (Packing) ให้เหมาะกับการขนส่ง

    การส่งออกต้องบรรจุให้ทนทานกว่าในประเทศ

    • กันกระแทก

    • กันความชื้น

    • ติดสติกเกอร์หรือบาร์โค้ด

    • ระบุประเทศปลายทาง, น้ำหนัก, ข้อมูลผู้ส่ง-ผู้รับ


    4) เลือกวิธีการขนส่ง

    มี 3 รูปแบบหลัก

    1) ขนส่งทางอากาศ (Air Cargo)

    • รวดเร็วที่สุด

    • ค่าใช้จ่ายสูง

    • เหมาะกับสินค้าชิ้นเล็ก มูลค่าสูง หรือต้องการความเร็ว

    2) ขนส่งทางเรือ (Sea Freight)

    • ราคาถูกที่สุด

    • ใช้เวลานาน

    • เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ อาหารแห้ง เครื่องจักร

    3) ขนส่งทางรถ (Cross-border)

    • เหมาะกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม

    • ราคาปานกลาง–เร็วปานกลาง


    5) ทำเอกสารส่งออกที่สำคัญ

    เอกสารหลักมีดังนี้:

    • Invoice → ใบกำกับสินค้า

    • Packing List → รายการบรรจุสินค้า

    • Bill of Lading (BL) / Air Waybill → ใบตราส่ง

    • CO (Certificate of Origin) → ใบรับรองถิ่นกำเนิด

    • Form การลดภาษี (เช่น FTA) ถ้ามี

    • ใบเสร็จชำระค่าระวางและประกันภัย

    สำหรับผู้เริ่มต้น สามารถใช้บริการ ชิปปิ้ง (Freight Forwarder) ให้ช่วยออกเอกสารได้ทั้งหมด


    6) ส่งสินค้าออกผ่านศุลกากรไทย

    ขั้นตอนนี้ต้อง

    • ยื่นใบขนสินค้าขาออก (ผ่านระบบ e-Customs)

    • ตรวจสินค้า (บางกรณี)

    • ผ่านเครื่องสแกน

    • ศุลกากรอนุมัติการส่งออก

    หากใช้ชิปปิ้ง เขาจะดำเนินการให้ทั้งหมด


    7) สินค้าเดินทางไปต่างประเทศ

    ตามรูปแบบขนส่งที่เลือก

    • เครื่องบิน → 3–7 วัน

    • เรือ → 7–45 วัน (ขึ้นกับประเทศ)

    • รถ → 1–7 วัน


    8) เคลียร์สินค้าปลายทาง (Customs Clearance)

    เมื่อสินค้าถึงประเทศปลายทาง

    • ผู้นำเข้าจะนำเอกสารไปดำเนินพิธีการศุลกากร

    • ชำระภาษีนำเข้า (ถ้ามี)

    • รับสินค้าไปจำหน่าย

    ผู้ส่งออกในไทยอาจไม่ต้องดำเนินการเอง หากผู้ซื้อจัดการฝั่งปลายทาง (Incoterms มีผล)


    ⭐ รูปแบบการชำระเงินที่นิยม (สำคัญมาก)

    1. T/T (โอนเงินผ่านธนาคาร)
      รวดเร็วที่สุด แต่ความเสี่ยงสูงสำหรับผู้ขาย (ควรรับมัดจำก่อน)

    2. L/C (Letter of Credit)
      ปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย เหมาะกับมูลค่าสูง

    3. Paypal / Wise / บัตรเครดิต
      เหมาะกับสินค้าชิ้นเล็ก – ออนไลน์


    ⭐ วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่

    ถ้าคุณยังไม่เคยส่งออกมาก่อน วิธีที่ง่ายที่สุดคือ:

    ✔ ใช้บริการชิปปิ้ง + ขนส่งครบวงจร (Freight Forwarder)

    เขาจะช่วยเรื่อง:

    • เอกสารทั้งหมด

    • ติดต่อสายเรือ/สายการบิน

    • ประสานศุลกากร

    • ทำแพ็กกิ้ง

    • บริการส่งถึงปลายทาง

    ประหยัดทั้งเวลาและความเสี่ยงผิดพลาด


    📌 สรุปง่าย ๆ

    การส่งออกสินค้า = เตรียมสินค้า + เอกสาร + ขนส่ง + ศุลกากร
    หากทำครั้งแรก ควรใช้บริการตัวกลางเพื่อความปลอดภัยและง่ายที่สุด

    กรมศุลกากร

    0 Continue Reading →
    Call Now Button