Bullet International Logistics  บริษัท บริการ ส่งออกไปต่างประเทศ และบริการนำเข้าและส่งออก สินค้าจากเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก และการทำงานผ่านทุกเส้นทาง ทั้งทางอากาศและทางทะเล คุณมั่นใจได้ว่า เราส่งมอบสินค้าของท่านให้ถึงที่หมายตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งทางอากาศและทางทะเล โทร : 02-482-1094 , 02-482-1182-4

ส่งออกไปต่างประเทศ  : การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมีขั้นตอนหลัก ๆ ชัดเจน ตั้งแต่การเตรียมสินค้า เอกสาร ไปจนถึงการขนส่งให้ถึงปลายทาง ด้านล่างนี้คือ “คู่มือส่งออกแบบง่ายและครบที่สุด” เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นครับ 👇


ส่งออกไปต่างประเทศ

closeup of container terminal, port of ningbo zhoushan

⭐ ขั้นตอนการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ (แบบละเอียด)


1) ศึกษาตลาดและกฎระเบียบประเทศปลายทาง

ก่อนเริ่มส่งออก ต้องรู้ว่า

  • สินค้าของเราตลาดต้องการไหม

  • ประเทศปลายทางอนุญาตหรือมีข้อจำกัดอะไร

  • มีภาษีนำเข้าหรือข้อกำหนดด้านคุณภาพหรือไม่

สินค้าเกษตร/อาหาร จะมีเงื่อนไขเข้มงวด
สินค้าแฟชั่น/ของใช้ ง่ายกว่า


2) จัดเตรียมใบอนุญาตที่จำเป็น

ขึ้นอยู่กับสินค้าว่าต้องมีอะไรบ้าง เช่น

  • ใบอนุญาต อย. (ถ้าเป็นอาหาร/เครื่องสำอาง)

  • ใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate)

  • ใบรับรองคุณภาพสินค้า (Certificate of Origin: CO)

  • ใบอนุญาตส่งออกเฉพาะสินค้า (บางประเภท)

หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)


3) บรรจุสินค้า (Packing) ให้เหมาะกับการขนส่ง

การส่งออกต้องบรรจุให้ทนทานกว่าในประเทศ

  • กันกระแทก

  • กันความชื้น

  • ติดสติกเกอร์หรือบาร์โค้ด

  • ระบุประเทศปลายทาง, น้ำหนัก, ข้อมูลผู้ส่ง-ผู้รับ


4) เลือกวิธีการขนส่ง

มี 3 รูปแบบหลัก

1) ขนส่งทางอากาศ (Air Cargo)

  • รวดเร็วที่สุด

  • ค่าใช้จ่ายสูง

  • เหมาะกับสินค้าชิ้นเล็ก มูลค่าสูง หรือต้องการความเร็ว

2) ขนส่งทางเรือ (Sea Freight)

  • ราคาถูกที่สุด

  • ใช้เวลานาน

  • เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ อาหารแห้ง เครื่องจักร

3) ขนส่งทางรถ (Cross-border)

  • เหมาะกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม

  • ราคาปานกลาง–เร็วปานกลาง


5) ทำเอกสารส่งออกที่สำคัญ

เอกสารหลักมีดังนี้:

  • Invoice → ใบกำกับสินค้า

  • Packing List → รายการบรรจุสินค้า

  • Bill of Lading (BL) / Air Waybill → ใบตราส่ง

  • CO (Certificate of Origin) → ใบรับรองถิ่นกำเนิด

  • Form การลดภาษี (เช่น FTA) ถ้ามี

  • ใบเสร็จชำระค่าระวางและประกันภัย

สำหรับผู้เริ่มต้น สามารถใช้บริการ ชิปปิ้ง (Freight Forwarder) ให้ช่วยออกเอกสารได้ทั้งหมด


6) ส่งสินค้าออกผ่านศุลกากรไทย

ขั้นตอนนี้ต้อง

  • ยื่นใบขนสินค้าขาออก (ผ่านระบบ e-Customs)

  • ตรวจสินค้า (บางกรณี)

  • ผ่านเครื่องสแกน

  • ศุลกากรอนุมัติการส่งออก

หากใช้ชิปปิ้ง เขาจะดำเนินการให้ทั้งหมด


7) สินค้าเดินทางไปต่างประเทศ

ตามรูปแบบขนส่งที่เลือก

  • เครื่องบิน → 3–7 วัน

  • เรือ → 7–45 วัน (ขึ้นกับประเทศ)

  • รถ → 1–7 วัน


8) เคลียร์สินค้าปลายทาง (Customs Clearance)

เมื่อสินค้าถึงประเทศปลายทาง

  • ผู้นำเข้าจะนำเอกสารไปดำเนินพิธีการศุลกากร

  • ชำระภาษีนำเข้า (ถ้ามี)

  • รับสินค้าไปจำหน่าย

ผู้ส่งออกในไทยอาจไม่ต้องดำเนินการเอง หากผู้ซื้อจัดการฝั่งปลายทาง (Incoterms มีผล)


⭐ รูปแบบการชำระเงินที่นิยม (สำคัญมาก)

  1. T/T (โอนเงินผ่านธนาคาร)
    รวดเร็วที่สุด แต่ความเสี่ยงสูงสำหรับผู้ขาย (ควรรับมัดจำก่อน)

  2. L/C (Letter of Credit)
    ปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย เหมาะกับมูลค่าสูง

  3. Paypal / Wise / บัตรเครดิต
    เหมาะกับสินค้าชิ้นเล็ก – ออนไลน์


⭐ วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่

ถ้าคุณยังไม่เคยส่งออกมาก่อน วิธีที่ง่ายที่สุดคือ:

✔ ใช้บริการชิปปิ้ง + ขนส่งครบวงจร (Freight Forwarder)

เขาจะช่วยเรื่อง:

  • เอกสารทั้งหมด

  • ติดต่อสายเรือ/สายการบิน

  • ประสานศุลกากร

  • ทำแพ็กกิ้ง

  • บริการส่งถึงปลายทาง

ประหยัดทั้งเวลาและความเสี่ยงผิดพลาด


📌 สรุปง่าย ๆ

การส่งออกสินค้า = เตรียมสินค้า + เอกสาร + ขนส่ง + ศุลกากร
หากทำครั้งแรก ควรใช้บริการตัวกลางเพื่อความปลอดภัยและง่ายที่สุด

กรมศุลกากร